Home ลงทุน มุมธุรกิจ ‘Blockchain’มาแน่ เตรียมรับมือ!

‘Blockchain’มาแน่ เตรียมรับมือ!

1994
0
SHARE

ปัจจุบัน Blockchain กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก หลายคนเริ่มให้ความสนใจว่าเจ้า Blockchain มันคืออะไร และในยุคดิจิทัลแบบนี้ เจ้าสิ่งนี้จะเข้ามามีผลกระทบในชีวิตประจำวัน อย่างไรบ้าง

มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “Living with disruption : Impact of Blockchain on Business” จากเหล่ากูรูด้าน Blockchain ของประเทศไทย ที่หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

วงเสวนาประกอบไปด้วย รอม หิรัญพฤกษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รท.เจษฎา ศิวรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล และ ภูมินทร์ บุตรอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย ศูนย์ลำปาง มาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมพูดคุยโดยมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังอีกกว่า 500 ชีวิต

Blockchain คือการเก็บข้อมูล Database แบบหนึ่งของระบบที่ไม่มีศูนย์กลางแต่เชื่อถือได้ และปีนี้เองคาดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เฟซบุค, กุเกิล, แอปเปิล หรืออาลีบาบา จะเริ่มนำ Blockchain เข้ามาใช้กับแพลทฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง

โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ยังได้มีการเปิดเผยว่าปี 2018 นี้ เฟซบุคจะเริ่มมีการนำ Blockchain เข้ามาใช้ หลังจากที่ปี 2017 เขาใช้เวลาหนึ่งปีเต็มในการศึกษาเรื่องดังกล่าว

Blockchain เข้ามาแก้ไขปัญหาด้านเกษตรกรรมและท่องเที่ยวของประเทศไทยได้หรือไม่อย่างไร

เจษฎา กล่าวว่า”ต้องกลับมาที่ตัวปัญหาก่อนว่าใครเป็นคนทำให้เกิดปัญหา ต้องยอมรับว่าทุกอย่างมันมีปัญหามาตลอด แต่ในอดีตเราใช้คนไม่กี่คนมาแก้ปัญหา วันที่ผมเริ่มอ่านBlockchain ได้สักพัก มีการทดลองหนึ่งคืองานแฟร์ที่ต่างประเทศ”

“เอาวัวมา 1 ตัวให้คนซื้อตั๋ว 800 ตั๋ว แล้วให้เดาว่าน้ำหนักวัวเท่าไร ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ว่าคนเดาถูกได้รางวัลอะไร ความน่าสนใจคือเอาตั๋วทั้ง 800 ใบมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ย แล้วมันผิดไปแค่ 1 ปอนด์”

“สิ่งหนึ่งที่เขาบอกในนั้นคือ ในสังคมออนไลน์ความฉลาดของคนจะไม่เกิดอิมแพค แต่มันจะเกิดจากความโง่ของฝูงชน นั่นหมายความว่าถ้าในสังคมเกิดมีคนฉลาด 1 คน และสามารถครอบงำความคิดของคนหมู่มากได้นั่นคือเริ่มโง่ทันที”

“เพราะฉะนั้น Blockchain มันเริ่มมาแล้ว สิ่งแรกที่ Blockchain บอกคือไม่แตะต้องคนกลาง ในระบบเดิมเราเริ่มจะมาหาคนที่ครอบงำคนได้แล้ว เราพยายามตลอดที่จะบอกว่าคนนั้นคนนี้ครอบงำเรื่องนั้นเรื่องนี้ และต้องเชื่่อตามนี้ทั้งหมด”

Blockchain สามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ทุกๆคนมีมิติมุมมองที่ต่างกัน ถ้าเกิดเราสามารถเอาข้อมูลตรงนี้มารวมกันได้นั่นคือความฉลาดที่ดีที่สุด แต่เรายังไม่เคยแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ นั่นคือต้องกลับมาดูคอนเซท์ของ Blockchain โหมดแต่ละโหมดมีความเป็นตัวของตัวเอง”

ภูมินทร์ เผยว่า”เรื่องของ Blockchain มันคือเรื่องของฉันทามติ ในมุมมองของผมคือในอนาคตเราจะพัฒนามันอย่างไรเพื่อให้มันเกิดขึ้นจริง ผมมองว่าตอนนี้ทุกคนมุ่งเป้าไปที่การลงทุนเป็นหลัก”

“แต่ความจริงเราก็ต้องให้ทุกคนยอมรับด้วยว่าระบบนี้มันใช้ได้จริงและใช้ได้ดี ระบบ Blockchain มันเอาไปใช้ในระบบสังคมได้หลายรูปแบบเลย อย่างผมคุยกับนักศึกษาว่าปัจจุบันเราจะเข้ามาในมหาวิทยาลัย”

“แต่รถไม่พอแทนที่เราจะมารอรถมหาวิทยาลัยเราติดรถกันไปก็ได้ แต่ในอดีตเราไม่กล้าติดรถกันไปเพราะเราไม่รู้ว่าคนที่เราติดรถไปเนี่ยเป็นใคร เพราะฉะนั้นระบบ Blockchain สามารถตัดคนกลางทิ้งไปแล้วก็จะเก็บข้อมูล”

“ก็อาจทำให้คนในชุมชนเกิดการแลกเปลี่ยนกันได้เช่นนั่งรถไปคนที่ยอมให้นั่งรถไปก็อาจจะได้ token มาเอาไปทำอย่างอื่น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ หรือว่าการไม่ต้องพึ่งพาการเงินของสถาบันการเงินใหญ่ๆ และก็ต้องทำให้คนหมู่มากเข้าใจว่ามันมีกลไกอย่างไร”

กรณีที่มีICOออกมาแล้ว มันเป็นSGAM หรือธุรกิจเจ๊ง ผู้ลงทุนเรียกร้องอะไรได้บ้าง?

รอม กล่าวว่า”ประเด็นเรื่องนี้สำคัญคือถ้าไม่มีกฏหมายกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน ในอนาคตก็จะเกิดการโจรกรรมบนไซเบอร์เวิลด์ แต่พอไม่มีกฎหมายแล้วจะไปตามจับอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”

ภาพพวกนี้ผมคิดว่าเรายังไม่มีคำตอบชัดเจนเพราะความเหลื่อมกันของโลกความเป็นจริงกับโลกไซเบอร์ มันยังไม่พบกันแล้วมันจะพบกันหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ ในชั่วชีวิตของท่าน ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฏระเบียบข้อบังคับและวิธีการ”

“ที่เราจัดการกับความผิดปกติต่างๆ ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าโลกอนาคตจะออกมาอย่างไรมันเป็นเรื่องที่เราต้องมาช่วยกันคิด เพราะถ้าผมรู้ผมคงรวยไปแล้ว ถ้าท่านระลึกอยู่ในใจว่าสิ่งที่จะเป็นคำตอบมันไม่เหมือนกับอะไรที่ท่านคุ้นเคยอยู่เลย มันอาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ท่านเตรียมตัวได้ดีก็ได้”

ภูมินทร์ กล่าวว่า”ในอนาคตเรื่อง ICO ควรจะมีกฏระเบียบที่ดูแลกำกับเหมือนกันกับตลาดหลักทรัพย์นี่แหละ จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องไหนบ้างซึ่งเท่าที่ผมเห็นอาจจะเป็นเรื่องของ เอกสารปัจจุบันที่มีอยู่ก็เป็นการกำหนดที่น่าสนใจ”

“จริงๆมันจะมีอีกหลายเรื่องเลย เช่นเรื่องที่ ดร.รอม พูดมาว่าเรื่องความมั่นคงไซเบอร์ เรื่องความปลอดภัยในกรณีที่มีการแฮกเกิดขึ้น การโดนแฮกมันก็ไม่ได้อยู่ภายใต้ประเทศไทยประเทศเดียวก็ได้”

“เพราะฉะนั้นมันต้องมีการคุยกันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เพื่อวางมาตรฐานซึ่งผมเชื่อว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่เรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเทศใหญ่ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ในอนาคตที่เกิดขึ้นได้คือมันต้องขยายขอบเขตเรื่องพวกนี้ไปยังหลายๆประเทศ”

Blockchain เกิดขึ้นในประเทศไทยได้จริงหรอเพราะมันมีความโปร่งใส

เจษฎา“ปัญหาคือคนที่ปกครองจะบล๊อคขนาดไหน Blockchain มันเกิดขึ้นในเมืองไทยมานานแล้วครับผมซื้อ Bitcoin ผมอยู่ที่ไหนบนโลกผมก็สามารถทำได้ แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นมาแบบคู่ขนานกับความคิดแบบเดิม”

“คือมันไม่สำคัญว่าจะต้องเกิดที่สหรัฐฯก่อน วันนี้ถ้าเมืองไทยบล็อคผมก็ไปสมัครแอคเคาท์ต่างประเทศเข้าไปลงทะเบียนก็ได้ ซึ่งในอนาคตมันจะมีทางเลือกนี้มากขึ้น หลักการจริงๆมันต้องกลับมาก่อนว่าจะมีวิธีออกกฎหมายอย่างไร”