Home ลงทุน มุมธุรกิจ COTTO รุกตลาดมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ ชดเชยยอดขายต่างประเทศร่วง

COTTO รุกตลาดมาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ ชดเชยยอดขายต่างประเทศร่วง

396
0
SHARE
บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO กลางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เตรียมรุกตลาดมาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เพิ่ม 2 ประเทศ หลังยอดขายต่างประเทศลดลง 7% ตั้งเป้าการเติบโตรายได้ปี 62 อยู่ที่ 5-10%
นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO เปิดเผยถึงงบการเงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTTO ในไตรมาสที่ 2/62 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,790 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไร 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสำคัญมาจากการตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ที่เพิ่มสิทธิค่าชดเชยกรณีพนักงานเกษียณอายุจาก 300 วัน เป็น 400 วัน ทำให้ต้องตั้งประมาณการสำรองค่าใช้จ่ายในไตรมาสนี้ เป็นจำนวนเงิน 124 ล้านบาท ซึ่งความจริงแล้วบริษัทสามารถทำกำไรในช่วงไตรมาส 2/62 ประมาณ 113 ล้านบาท แต่เนื่องจาก ต้องตั้งประมาณการค่าใช้จ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานดังกล่าว ทำให้บริษัทฯเหลือกำไรเหลือ 21 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2/62
 
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 62 เอสซีจี เซรามิกส์ มีรายได้จากการขาย 5,802 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาเฉลี่ยต่ำกว่าปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 182 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำไรจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค
 
ขณะที่ไตรมาสที่ผ่านมา นับว่ายังไม่มีปัจจัยบวก การที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อ และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรอดูทิศทางของภาครัฐและสถานการณ์ในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายเซรามิกและอัตราการเติบโตของตลาดเซรามิกในประเทศเป็นศูนย์ ประกอบกับความขัดแย้งของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่มีผลทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และทำให้การแข่งขันจากสินค้านำเข้ารุนแรงมากยิ่งขึ้นมีผลกระทบต่อราคาขาย
อย่างไรก็ตาม ประมินว่าทิศทางตลาดเซรามิกในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง ยังอยู่ในช่วงทรงตัวเหมือนเช่นช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 แต่หวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการมาช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาส 4 ของปี 62
ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนจากการดำเนินงานตามแผนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ตามเป้าหมาย ทำให้บริษัทฯ ยังสามารถมีกำไรในช่วงที่ผ่านมา
 
ในส่วนของตลาด CLMV ตลาดพม่าและกัมพูชายังเติบโตต่อเนื่อง แต่เริ่มมีการชะลองานโครงการขนาดใหญ่ที่กัมพูชา ส่วนตลาดลาวมีสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากสถานะขาดดุลต่อเนื่องของรัฐบาลและการอ่อนค่าของเงินกีบ ส่วนตลาดอื่นๆนั้น มีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากมีสินค้าเพิ่มมากขึ้นใสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
สำหรับในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมายอดขายในตลาดต่างประเทศลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยช่วงครึ่งปีหลังของปี 62 บริษัทวางกลยุทธ์ในการสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นด้วยการขยายตลาดต่างประเทศ
นอกจากตลาด CLMV แล้วจะมีการรุกประเทศอย่าง ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เพิ่มขึ้นอีก 2 ประเทศ โดยตั้งเป้าการเติบโตขอยอดขายในปี 62 ไว้ที่ 5-10%
นอกจากนี้บริษัทยังคงงบลงทุนในปี 62 ไว้ที่ 600 ล้านบาท โดยใช้ไปแล้วประมาณ 200 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ใช้งบลงทุนไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร
 
อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทมีผลทำให้ศักยภาพในการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ลดลง และทำให้สถานการณ์การแข่งขันของสินค้านำเข้ารุนแรงขึ้นด้วย แต่ยังมีข้อดีคือช่วยลดต้นทุนการผลิตลง เมื่อนำทั้งปัจจัยบวกและลบมารวมกันแล้ว ยังนับว่า บริาัทยังไม่โดนผลกระทบจากปัญหาเงินบาทแข็งค่า แต่ก็อยากเห็นเงินบาทนิ่งอย่างมีเสถียรภาพมากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีกับการดำเนินธุรกิจ
 
ส่วนด้านกลยุทธ์การดำเนินงานที่สำคัญ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องการรักษาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์สินค้า ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญของแบรนด์ โดยเป็นสิ่งที่ผู้บริโภครับรู้และให้การยอมรับมาตลอด
 
ดังจะเห็นได้ว่าทุกโรงงานที่เป็นฐานการผลิตของเราจะมีห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพกระเบื้องที่ได้รับรองมาตรฐาน มอก.17025 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้การรับรองห้องปฏิบัติการทดสอบที่มีการดำเนินงานด้านระบบคุณภาพ มีความสามารถทางวิชาการและผลการทดสอบที่ออกโดยห้องปฏิบัติการเป็นที่เขื่อถือได้ว่าถูกต้องตามหลักวิชาการทุกประการ
 
ล่าสุด ห้องปฏิบัติการทดสอบของ เอสซีจี เซรามิกส์ โรงงานหินกอง ยังได้รับรอง มอก.17025-2561 เวอร์ชั่นใหม่ เป็นรายแรกในกลุ่มวัสดุก่อสร้างของเอสซีจี โดยในประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการทดสอบเพียง 3 แห่งเท่านั้น ที่ได้รับรองมาตรฐานนี้ และเอสซีจี เซรามิกส์ เป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกรายแรกและรายเดียวในประเทศที่ได้รับการรับรอง ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจและตอกย้ำความน่าเชื่อถือในเรื่องการทดสอบคุณภาพสินค้าแบะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณภาพสินค้าของเราเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในส่วนความคืบหน้าของโครงการลดต้นทุนพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะโครงการพลังงานทดแทน ล่าสุด”โครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปานิคมอุตสาหกรรมหนองแค” ได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019 ด้านพลังงานทดแทน ประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า หรือ off-Grid
 
ทั้งนี้ เอสซีจี เซรามิกส์ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและพัฒนานวัตกรรมพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักดีว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท
 
นอกจากนี้การลดการใช้ทรัพยากรโดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตามอุดมการณ์ของเอสซีจี ที่ยึดมั่นมาอย่างยาวนาน