Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย EIC ประเมินสงครามการค้ายืดเยื้อ ส่งออกไทย”เสี่ยง”ต่ำกว่า2.7%

EIC ประเมินสงครามการค้ายืดเยื้อ ส่งออกไทย”เสี่ยง”ต่ำกว่า2.7%

950
0
SHARE
การค้าสหรัฐ-จีน
สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนกลับมาปะทุ สหรัฐฯ-จีนเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันเป็น 25% เสี่ยงซ้ำเติมการค้าโลกและส่งออกไทย โดย Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์จากดั (มหาชน) ประเมินหากสงครามการค้ายืดเยื้อ ส่งออกของไทยอาจขยายตัวไม่ถึง 2.7% 
  • เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2019 รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจากเดิมที่อัตรา 10% เพิ่มขึ้นเป็น 25% สืบเนื่องมาจากการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม จีนประกาศตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 5-25% เช่นกัน
  • สงครามการค้าที่กลับมาปะทุมีแนวโน้มส่งผลลบต่อภาคการส่งออกไทยผ่าน 2 ช่องทาง คือ ทางตรงผ่านห่วงโซ่อุปทานการค้าไทยจีนและทางอ้อมผ่านภาวะการค้าโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากเศรษฐกิจจีนและคู่ค้า หากสหรัฐฯ และจีนยังไม่มีความคืบหน้าในข้อตกลงการค้าในระยะเวลาอันใกล้จะส่งผลให้แนวโน้มมูลค่าส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 มีโอกาสสูงที่จะเติบโตต่ำกว่าที่อีไอซีประเมินไว้ที่ 2.7% สำหรับผู้ประกอบการไทยควรเร่งกระจายตลาดส่งออก และพิจารณาใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าของไทยในปัจจุบันเพื่อเพิ่มโอกาสการขยายตลาด รวมถึงป้องกันความผันผวนของค่าเงินในระยะต่อไป
สงครามการค้า
มาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐและจีน

นัยต่อเศรษฐกิจไทย

สงครามการค้าที่กลับมาปะทุส่งผลลบต่อภาคการส่งออกไทยทางตรงผ่านห่วงโซ่อุปทานการค้าไทยจีนและทางอ้อมผ่านภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัวหากเศรษฐกิจจีนและคู่ค้าชะลอลงมากกว่าที่คาด ซึ่งภาคการส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าผ่าน 2 ช่องทางนี้ ได้แก่

1) ผลกระทบโดยตรงจากการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานกับจีนในการผลิตสินค้าจีนเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยหมวดสินค้าที่มีห่วงโซ่อุปทานกับจีนสูง ได้แก่ คอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า, ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และเคมีภัณฑ์ ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นมาตรการกีดกันทางการค้าในเดือนสิงหาคม 2018 จนถึงเดือนมีนาคม 2019 การส่งออกไทยไปจีนในหมวดดังกล่าวหดตัว 23.6% 30.6% 36.1% และ 75.9% ตามลำดับ

หากสงครามการค้ายืดเยื้อต่อเนื่องก็อาจจะไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากหมวดสินค้าดังกล่าว และหากพิจารณารายการสินค้าจีนมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 25% กลุ่มสินค้าที่ไทยมีโอกาสได้รับผลกระทบสูงอยู่ในสินค้าขั้นต้นและขั้นกลาง ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ยางพารา และไม้ ซึ่งเบื้องต้นจากการประเมินมูลค่าการส่งออกในปี 2018 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานกับจีนใน 4 หมวดสินค้าหลักดังกล่าวมีสัดส่วนราว 2.1% ของมูลค่าการส่งออกไทยทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าผลกระทบราว 633.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สงครามการค้า
ผลกระทบจากสงครามการค้าผ่านห่วงโซ่อุปทานการค้าจีนยังคงส่งผลลบอย่างมีนัยสาคัญ
เนื่องจากไทยมสี ัดส่วนการส่งออกไปจีนสูง

2) ผลกระทบผ่านการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและคู่ค้าจากการชะลอของการบริโภคภายในของประเทศคู่ค้า เป็นผลให้การชะลอตัวของการส่งออกไทยมีทิศทางกระจายตัวมากขึ้น ทั้งในมิติของรายสินค้าและรายตลาดส่งออก เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย EU15 ASEAN5 ฯลฯ หากสหรัฐฯ และจีนยังไม่มีความคืบหน้าในข้อตกลงในระยะเวลาอันใกล้และเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปีฟื้นตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะส่งผลให้ตัวเลขมูลค่าการเติบโตของการส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐอาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าที่อีไอซีประเมินไว้ที่ 2.7% ในปี 2019

โดยเฉพาะหากข้อตกลงทางการค้าสหรัฐฯ และจีนยังมองไม่เห็นความเป็นไปได้ในการยุติข้อพิพาทในอนาคตและสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนทั้งหมด จึงนับเป็นความเสี่ยงด้านต่ำต่อผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทยที่ต้องพึ่งพาตลาดจีนที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามความคืบหน้าการเจรจาสงครามการค้าอย่างใกล้ชิด

อีไอซีมองว่า สงครามการค้าจะส่งผลลบต่อการส่งออกไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ไทยอาจได้รับอานิสงค์จากการส่งออกทดแทนในตลาดจีนและสหรัฐฯ และได้ประโยชน์บางส่วนจากการนำเข้าสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงการย้ายฐานการผลิตบางส่วนของจีนมายังไทย

 

ในระยะต่อไป ผลกระทบต่อภาคการส่งออกจะมีมากขึ้นหากการเจรจาสหรัฐฯ-จีนไม่ประสบผล ผู้ประกอบการไทยควรเร่งกระจายตลาดส่งออก ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าของไทยในปัจจุบันเพื่อขยายตลาด รวมถึงป้องกันความผันผวนของค่าเงิน หากสหรัฐฯ กับจีนยังไม่สามารถหาบทสรุปของข้อตกลงการค้า และสงครามการค้าขยายวงกว้างโดยครอบคลุมสินค้านำเข้าทั้งหมดของทั้งจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน

ตามการประมาณการของ IMF ผลกระทบของสงครามการค้าจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนในปี 2019 จะมีแนวโน้มชะลอลงราว 0.2% และ 1.16% ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2019 มีความเสี่ยงต่ำกว่าที่อีไอซีประเมินไว้ที่ 2.7%

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ ที่นี่