Home ลงทุน ทองคำ HelloGold เปิดตัวแอปฯทอง เจาะรายได้10 บาทก็ออมได้

HelloGold เปิดตัวแอปฯทอง เจาะรายได้10 บาทก็ออมได้

917
0
SHARE
HelloGold แอปฯซื้อขายและออมทองเอาใจกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้น้อย ช่วยเข้าถึงการออมผ่านแอปฯ เริ่มต้นการออมที่ 10 บาท ตั้งเป้าปี 62 มีผู้ใช้ 120,000 ราย เปิดตัวพันธมิตร The 1 โดยใช้คะแนน The 1 ทุก 500 คะแนนแลกรับ Voucher ทองคำมูลค่า 50 บาทที่ HelloGold
นายโรบิน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮัลโหล โกลด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวเชื่อม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการใช้บริการของธนาคาร หรือกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงทุดบริการของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้
โดยกลุ่มเป้าหมายนี้มีจำนวนกว่า 80% ของประชากรในประเทศสมาชิกอาเซี่ยน สำหรับประชากรกลุ่มแรงงานนั้นมีเพียง 18% ที่ได้รับค่าจ้างในรูปแบบเงินเดือนผ่านบัญชีของสถาบันการเงิน ส่วน 82% ที่เหลือได้รับค่าจ้างในรูปแบบเงินสด ขณะที่ในประเทศไทยกลุ่มแรงงานกว่า 70% ยังคงได้ค่าจ้างในรูปแบบเงินสด และพบว่าคนไมยออมเพียง 13% ของรายได้
 
ทั้งนี้ประชากรไทยมีบัญชีการออมรวมทั้งประเทศกว่า 83 ล้านบัญชี แบะมีเงินฝากเฉลี่ยไม่ถึง 50,000 บาท คิดเป็นสัดส่วน 88% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมด จากข้อมูลดังกล่าวจึงมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในเรื่องการออมพบว่า 87% ของกลุ่มคนทำงานมีความต้องการในการออม แต่มีเพียง 30% สามารถเข้าถึงการออม
และจากสถิติพบว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าทองคำเป็นอันดับ 6 ของโลก ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าทองคำเป็นทรัพย์สินที่มีความมั่นคงสูงและเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการออม แต่คนไทยกลับมีความรู้สึกว่าทองคำยังมีราคาแพงและเข้าถึงยาก โดยต้องมีเงินจำนวนมากถึงจะสามารถซื้อทองคำเก็บไว้ได้ นี่คือเหตุผลที่บริษัทได้ออกแบบแอปพลิเคชั่น HelloGold เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการออมทองคำโดยง่าย สะดวกและแลอดภัย
ขณะที่นางสาวศิริภัทร ภัทรางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮัลโหลโกลด์ จำกัด กล่าต่อว่า บริษัทได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น HelloGold เพื่อให้บริการซื้อขายและเก็บรักษาทองคำบริสุทธิ์ LMBA 99.99% ตอบโจทย์การออมกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงการออมได้ง่ายๆ แอปพลิเคชั่น HelloGold มีความสะดวกง่ายต่อการใช้งาน มีฟังก์ชั่นที่สามารถทำได้ทั้งตรวจสอบราคาแบบเรียลไทม์
และที่สำคัญมีความปลอดภัยในการออม ซื้อขาย และเก็บรักษา ทั้งยังทำให้ผู้ออมสามารถซื้อทองคำแบบปลีกในราคาที่ดีที่สุดอีกด้วย โดยกำหนดเงินขั้นต่ำในการออมเพียง 10 บาท และสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน เมื่อสะสมทองคำแล้วหากต้องการใช้เงินสดก็สามารถขายทองแล้วรับเป็นเงินสด หรือผู้ใช้จะเลือกไถ่ถอนเป็นทองคำก็ทำได้เช่นกัน
อีกทั้งยังมีโปรแกรม SmartSaver ที่ผู้ออมสามารถตั้งเป้าหมายการออมรายเดือน โดยจะดำเนินการซื้อทองให้ในราคาที่ต่ำที่สุดของวันในแต่ละสันทำการ ทำให้ผู้ออมไม่ต้องห่วงเรื่องราคาซื้อ หากต้องการใช้เงินหรือไถ่ถอนเป็นทอง ผู้ใช้สามารถยกเลิกแผนการออมได้ทุกเมื่อ เรามองว่าทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือสำคัญนการเสริมสร้างและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออมของทุกๆคนให้ดีขึ้น
 
ทั้งนี้ HelloGold ได้เริ่มให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่เดือน ก.พ.62 โดยกำหนดเงื่อนไขคือผู้ใช้แอปพลิเคชั่นของ HelloGold ที่ต้องการทำธุรกรรมได้จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่าน Android play store ส่วน IOS จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ในเดือน ก.ค.62
โดยผู้สนใจจะต้องลงทะเบียนด้วยการแสดงบัตรประชาชน พร้อมรูปถ่าย เพื่อเปิดบัญชีกระเป๋าเงิน HelloGold Wallet หลังจากนั้นระบบจะส่งคำยืนยันตอบรับผ่านทางอีเมล์ และทางSMS เพื่อยืนยันตัวตนตามข้อกำหนดของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เรียบร้อยแล้วผู้ลงทะเบียนจึงจะสามารถนำเงินฝากเข้า HelloGold Wallet และเริ่มใช้บริการออมซื้อขายทองได้ โดยบริษัทคิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย 2% ของมูลค่าธุรกรรม
และคิดค่าธรรมเนียมในการเก็บรักษาทองคำ 2% ต่อปี และในทุกๆธุรกรรมที่ลูกค้ามีการดำเนินการกับเรา จะมีการส่งอีเมลล์ให้ลูกค้าไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งจัดเก็บประวัติข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดบนแอปพลิเคชั่น ที่ผู้ใช้สามารถตรวจเช็คได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ลูกค้าสามารถตรวจสอบราคาทองคำได้ตลอดเวลา ราคาทองคำในระบบจะอัพเดทเรียลไทม์ตามความเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำในตลาดโลก โดยบริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 120,000 คน ภายในปี 62
 
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มพันธมิตรเพื่อขยายฐานลูกค้า เราเล็งเห็นถึงการออมเป็นเรื่องที่ครส่วนใหญ่ไม่ค่อยนึกถึง เราอยากทำให้การออมเป็นเรื่องง่าย ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU กับบริษัท เดอะวันเซ็นทรัลเพื่อให้สมาชิก The 1 สามารถใช้คะแนนสะสมแลกรับทองกับ HelloGold โดยทุก 500 คะแนน จะได้รับ Voucher รับทองคำมูลค่า 50 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.นี้ และขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาหาพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติม