Home ลงทุน หุ้น IRPC มั่นใจไตรมาส 2 ฟื้น

IRPC มั่นใจไตรมาส 2 ฟื้น

380
0
SHARE
IRPC

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เผยกําไรสุทธิลดลง 94% จากผลการดําเนินงานของบริษัทร่วมปรับตัวลดลงเป็นจุดต่ำสุด เชื่อฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2  พร้อมเดินหน้า 5 โครงการเพิ่มรายได้และพัฒนาประสิทธิภาพองค์กร

นางณิชชา จิรเมธธนกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน, นางสาวกัญญามาส ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ และนางสาวสมฤดี เจริญครองสกุล ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ ร่วมให้ข้อมูลผลดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 62 และแผนดำเนินงานในกิจกรรม Oppertunity Day ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผลดำเนินงานไตรมาส 1/2562 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2561 

ในไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายลดลง 6,214 ล้านบาท หรือลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2561 เป็นผลจากทั้งราคาขายและปริมาณขายปรับตัวลดลง 6% และ 4% ตามลําดับ

โดยผลการดําเนินงานปรับตัวลดลงอย่างมาก เป็นผลจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบปรับตัวลดลง และอัตราการกลั่นน้ำมันลดลง 6% จากการที่โรงงาน RDCC หยุดผลิตเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ตามโครงการ Catalyst Cooler

บริษัทฯ มี Market GIM ลดลง 3,611 ล้านบาท หรือลดลง 42% ทําให้ Accounting GIM ลดลง 3,095 ล้านบาท หรือลดลง 35% แม้กําไรจากสต๊อก น้ำมันสุทธิเพิ่มขึ้น 516 ล้านบาทก็ตาม โดยมี EBITDA ลดลง 3,034 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 85 ล้านบาท และมีกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท

ขณะที่กําไรจากการลงทุนลดลง 87 ล้านบาท ส่วนใหญ่ จากผลการดําเนินงานของบริษัทร่วมปรับตัวลดลง ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2562 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิจํานวน 153 ล้านบาท ลดลง 94%

นางณิชชา จิรเมธธนกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในไตรมาส 2 เชื่อว่าจะดีกว่าไตรมาส1 ที่ผ่านมาเนื่องจากมองว่าไตรมาสหนึ่งถึงจุดต่ำสุดแล้ว”

เริ่มรัน 5 โปรเจคปี 62

ฟุตติ้งโซลาร์ โครงการสร้างการเติบโตในอนาคตได้ดี SDPE ทำฟุตติ้งโซลาร์ เพื่อเอามาใช้ในแพลนท์พีพี ส่วนที่เหลือสามารถนำมาขายเขาเข้ากริดได้ ผลิตไฟประมาณ 12 เมกะวัตต์เพื่อใช้ภายใน โดยคาดว่าจะ COD ได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2020 ใช้เงินลงทุนราว 550 ล้านบาท 

โปรเจค Everest+E4E คือการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกส่วนของบริษัท โดยที่พนักงงานทุกคนจะต้องส่วนร่วมในการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย โดยมีระบบมอนิเตอร์ที่เข้มข้นเพื่อลดความซับซ้อนของระบบ ตั้งเป้า 11,000 ล้าน โดยไตรมาสแรกทำได้ 2,400 ล้านประมาณ 20% 

Catalyst Cooler สามารถทำให้ใช้ crude ที่ราคาถูกลง โดยโปรเจคนี้ให้ไฟฟ้าด้วย ทั้งนี้ประเมินว่า IRR อยู่ที่ 35% ได้ผลตอบแทนเร็ว

IRPC4.0 โครงการพัฒนาทางด้านดิจิทัล โดยมีตัวหลักคือ “อีคอน” การใช้เครื่องมือแบบซอฟต์แวร์เปลี่ยนวอลุ่มเป็นเงินที่บาท เชื่อมโยงระหว่างหน่วยต่าง ๆ ทำให้องค์กรเกิดการสื่อสารกันมากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาต่อไปได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าเมื่อทำเสร็จทั้งหมด จะมีส่วนทำให้ได้ 30% ของเป้าร้อยล้านเหรียญของไออาร์พีซี 4.0 ซึ่งมีส่วนมากที่สุด

Low Sulfur Fuel Oil Project โครงการรวบรวม Low Sulfur Fuel Oil โดยต่อท่อให้  Low Sulfur Fuel Oil ที่กระจัดกระจายอยู่ที่ส่วนต่าง ๆ ของการผลิตมารวมกันเป็นกลุ่มเพื่อส่งออก มั่นใจว่าไออาร์พีซีจะเป็นรายแรก ๆ ที่สามารถขาย  Low Sulfur Fuel Oil ได้ในเดือน ส.ค. นี้

“ขอให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกว่าจะกระทบต่อธุรกิจอย่างไร แต่สิ่งที่บริษัททำได้คือการคอนโทรลภายในให้เต็มที่ ให้เรายืนระยะอยู่ได้นานที่สุด” นางณิชชา กล่าว

แนวโน้มภาวะตลาดน้ำมันดิบ ในไตรมาส 2

แนวโน้มภาวะตลาดน้ำมันดิบ ในไตรมาส 2/2562 คาดว่าราคา น้ำมันดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 67-73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากการที่สหรัฐฯ ประกาศยุติการผ่อนปรนให้อิหร่านสามารถ ส่งออกน้ำมันดิบไปยังอีก8 ประเทศ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ทําให้กําลังการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่าน คาดว่าจะลดลงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียจากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ ส่งผลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว

ประกอบกับเศรษฐกิจจีนที่เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ในช่วงไตร มาส 1/2562 แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา เช่น การทบทวนมาตรการลดกําลังการผลิตน้ํามันดิบจากประเทศใน กลุ่มและนอกกลุ่มโอเปค ที่อาจเพิ่มกําลังการผลิตน้ำมันดิบเพื่อรักษาสมดุลของตลาด ไม่ให้ราคาน้ำมันดิบสูงเกินไป

ซึ่งต้องติดตามการประชุมของกลุ่มโอเปค ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25-26 มิถุนายน 2562 นี้ รวมทั้งกำลังการผลิต ของสหรัฐฯที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในระยะสั้นยังมีปัจจัยที่อาจส่งผล กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ คือมาตรการตอบโต้ของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่ง น้ำมันดิบ โดยมีการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน อาจส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้