Home ลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัล JVC ผนึก”Microsoft-R3″พัฒนาบลอคเชน ตั้งเป้าเปิดใช้ ต.ค.62

JVC ผนึก”Microsoft-R3″พัฒนาบลอคเชน ตั้งเป้าเปิดใช้ ต.ค.62

265
0
SHARE
JVC เดินหน้าพัฒนาบลอกเชน ร่วมไมโครซอฟท์-R3 LLC เร่งพัฒนา JFIN DDLP โดยใช้สกุลเงินดิจิทัล มั่นใจระบบทั้งหมดเสร็จพร้อมใช้งานจริงตามแผนในเดือนต.ค.62 
เจมาร์ท เดินหน้าพัฒนาบลอกเชน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการพัฒนาระบบ Blockchain ภายใต้โครงการ JFIN : Decentralized Digital Lending Platform หรือ DDLP
การลงนามเอ็มโอยูในครั้งนี้ ระหว่าง บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด(JVC) ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ และแอฟพลิเคชั่นทางด้าน Fintech และลงทุนในธุรกิจ Started-up ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART) , บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก และ r3 LLC ผู้นำทางด้านระบบ Blockchian ให้กับสำหรับสถาบันการเงินระดับโลก และฟินเทค
นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้านฟินเทค และลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART)เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาบลอคเชนในระบบ JFIN Decentralize Digital Platform (DDLP) ได้ดำเนินตามแผนที่ระบุไว้ใน White Paper แล้ว และมั่นใจว่าจะพัฒนา และใช้ได้จริงตามแผนที่วางไว้ในเดือน ต.ค.62 อย่างแน่นอน
 
ครั้งนี้ JVC ได้ดึงเอาพันธมิตรในการพัฒนาระบบบลอคเชนระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์ และ R3 LLC ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนา Distributed Ledger Technology ของบลอคเชน มาร่วมงานด้วย ทำให้มั่นว่าจะเป็นการร่วมกันสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรมฟินเทคที่สถาบันการเงินระดับโลกได้นำมาใช้กันทั่วโลก
ทั้งนี้ R3 ถือว่าเป็นผู้พัฒนา open-source distributed ledger platform ซึ่งเป็นการพัฒนาให้กับสถาบันการเงินระดับโลก และสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
 
สำหรับ JVC ในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำการพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อแบบดิจิทัลไปแล้ว Digital Lending Platform (DLP) ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ต.ค. นี้ กลุ่มเจมาร์ทนับเป็นองค์กรภาคเอกชน ที่ให้ความสำคัญ และขับเคลื่อนภาคการเงินไทยให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล
 
ทางบริษัทฯ มีความเชื่อว่า บลอคเชนจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำธุรกรรมในประเทศไทย และภาคธุรกิจที่จะเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีความปลอดภัยสูง การจับมือกับ 2 ผู้นำด้านบลอคเชนในครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาระบบการโอนเงินของ JFIN DDLP โดยใช้สกุลเงินดิจิทัล ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้
 
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและสร้าง New Business ให้เกิดขึ้นซึ่งทางไมโครซอฟท์ไม่เพียงแต่มีการบริการ Window แต่ยังมีบริการคลาวด์ และบลอคเชน อีกด้วย จึงมั่นใจว่าจะเข้ามาสนับสนุน Data ให้ JVC ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี R3 เป็นระบบที่มีความปลอดภัยในเชิงข้อมูลสูง โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
 
ได้มีการใช้ R3 เข้ามาดูแลระบบข้อมูลเช่นกัน จึงทำให้มั่นใจว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ระหว่างไมโครซอฟท์ และ R3 จะช่วยสร้างความปลอดภัยในฐานข้อมูลของ JVC ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้การผนวกเทคโนโลยีคลาวด์และบลอคเชนนั้น คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ช่วยให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้การตรวจสอบ ซึ่งจะสามารถยกระดับกลไกที่รัดกุมทั้งอีโคซิสเต็มส์
 
โซลูชันดังกล่าวทำให้ผู้ให้บริการและผู้รับบริการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนดอย่างปลอดภัยและมั่นใจ ตนเองมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโซลูชันบลอคเชนเมื่อนำมาอยู่บนไมโครซอฟท์ อาชัวร์ซึ่งเป็นระบบคลาวด์ที่ปลอดภัยและถูกต้องตามข้อกำหนดในระดับโลก
 
นอกจากนี้ จะสามารถลดช่องโหว่ต่างๆ ลงได้ และป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์เข้าถึงลูกค้า ไม่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล ลดการฉ้อโกง และการกระทำผิดทุกประเภทได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างกลไกหลักทางดิจิทัลที่เชื่อถือและไว้ใจได้ให้มาขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป