Home ลงทุน หุ้น PTTEP ทุ่มกว่า6หมื่นล้าน ซื้อกิจการน้ำมันในมาเลเซีย

PTTEP ทุ่มกว่า6หมื่นล้าน ซื้อกิจการน้ำมันในมาเลเซีย

407
0
SHARE
ปตท.สผ.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จากัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) หรือ PTTEP เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Coming Home Strategy ที่เน้นการลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย

บริษัท PTTEP HK Offshore Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของปตท.สผ.ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement : SSPA) เพื่อเข้าซื้อธุรกิจทั้งหมดของบริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย ผ่านการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทย่อย ซึ่งได้แก่ บริษัท Murphy Sabah Oil Ltd. (Murphy Sabah) และ Murphy Sarawak Oil Ltd. (Murphy Sarawak) ในสัดส่วน 100%

ปัจจุบัน ทั้งสองบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่อยู่ในระยะผลิต 2 โครงการ ระยะพัฒนา 1 โครงการและระยะสำรวจ 2 โครงการ โดยมีประมาณการปริมาณสำรองปิโตรเลียม 274 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบและมีปริมาณการขายสุทธิ(netsales volume) ปี2561 ประมาณ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

การเข้าซื้อกิจการมีมูลค่ารวมประมาณ 2,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือ กว่า 6 หมื่นล้านบาท

การเข้ากิจการ นอกจากจะสามารถมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานเองแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ ปริมาณการผลิตและปริมาณสำรอง ให้กับ ปตท.สผ.ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้การเข้าซื้อดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง Petronas และเป็นการขยายฐานปฏิบัติการให้กับปตท.สผ.ในประเทศมาเลเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่

อีกทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่บริษัทมีอยู่ปัจจุบันในประเทศมาเลเซียผ่านการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานโครงการน้ำลึกของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

บริษัท PTTEP HK Offshore Limited (Malaysian Branch) หรือ PTTEP HKO และบริษัท PETRONAS Carigali Sdn.Bhd.(PCSB) ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contracts) กับ Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS) เพื่อรับสิทธิในการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบริเวณนอกชายฝั่งเพนนินซูลาร์ มาเลเซีย จำนวน 2 แปลง

ราคาหุ้น PTTEP ปิดตลาดเมื่อวันที่ 21 มี.ค. เพิ่มขึ้น 2.40 บาท หรือ 2.06% อยู่ที่ 124.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,875.58 ล้านบาท