Home ลงทุน หุ้น PTTGC ตั้งเป้าลดต้นทุน10% หวังรักษาอัตรากำไร

PTTGC ตั้งเป้าลดต้นทุน10% หวังรักษาอัตรากำไร

1170
0
SHARE

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ทุ่ม 60,800 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิต หวังเพิ่มกำลังผลิต 25% ในปี 63 ตั้งเป้าลดต้นทุน 10% หวังรักษาอัตรากำไร

นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี ผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวในงานพบนักลงทุนในงาน “Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ไตรมาส 1 ปี 62 บริษัทมีรายได้ทั้งหมด 112,783 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน เนื่องจากระดับราคาปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเพิ่งจะมาขยับขึ้นช่วงหลังไตรมาส 1 ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,443 ล้านบาท ลดลง 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมาร์จิ้นมีการปรับตัวลดลงเฉลี่ย 3.22 เหรียญ/บาร์เรล เป็นปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการปรับลดลง ส่วนบริษัทลูกที่สำคัญอื่น ๆ มาร์จิ้นปรับลดลงเช่นเดียวกัน ภาพรวมไตรมาส 1 มาร์จิ้นปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทย่อยทั้งหลายก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือมาร์จิ้นลดลง

ผลประกอบการที่ปรับลดลงมาจากราคาเป็นหลัก ซึ่งมีผลกระทบ 4,800 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการบริษัทร่วมและบริษัทย่อยปรับลดลง 2,100 ล้านบาท ขณะที่เงินสดที่บริษัทถืออยู่ ณ สิ้นไตรมาส 1 มีมูลค่า 53,000 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทได้มีการประเมินเรื่องภาวะสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มาตลอดซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจมีผลต่อเนื่องสักระยะและจะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจไม่แน่นอน และหลายฝ่ายเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงเป็นผลกระทบมาถึงราคาน้ำมันดิบที่มีความผันผวนสูงด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของบริษัท

ตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตลง 10%

แต่บริษัทก็ได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์สงครามการค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อจะนำมาปรับแผนการขายและแผนผลิตของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มยอดขาย ซึ่งประเมินผลประโยชน์จากการทำโครงการสูงสุดคาดจะได้ประโยชน์ 10,800 ล้านบาท/ปี โดยจะสามารถรับรู้ผลประโยชน์ในปีนี้

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินโครงการนี้ต่อเพื่อจะหาว่าสามารถทำอะไรต่อได้อีกหรือไม่ ซึ่งได้มีการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้โครงการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยหลัก ๆ จะเป็นการจัดการด้านโรงงานเพื่อสามารถจัดการแอสเซทต่าง ๆ ในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงการนำเอาดาต้าแอนาลาติกมาช่วยเรื่องการคาดการณ์ต่าง ๆ ส่วนสุดท้ายคือเรื่องของต้นทุนปีนี้มีเป้าหมายคือต้องการลดต้นทุนจากการผลิตให้ได้ 10% ซึ่งจะได้ผลประโยชน์จากส่วนนี้คิดเป็นมูลค่า 5,600ล้านบาท เพื่อรักษาอัตรากำไรของบริษัทไว้

เทงบ 60,800 ล้านบาท ดัน3โครงการ

ในส่วนของการขยายกำลังการผลิตบริษัทได้ดำเนิน 3 โครงการ ซึ่งโครงการที่สำคัญคือโครงการ ORP โดยขณะนี้มีความคืบหน้าการดำเนินงานไปแล้ว 39% มากกว่าแผนที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้ ส่วนอีก 2 โครงการคือโครงการดาวน์สตรีม ขณะนี้ดำเนินการสำเร็จไปแล้ว 50%

จะเห็นว่าโครงการสำคัญ 3 โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานที่ได้ตั้งเป้าเอาไว้ โดยใช้งบลงทุนรวมทั้งสิ้น 60,800 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ต้องดูว่าบริษัทสามารถจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่ดีได้หรือไม่ ถ้าทำได้ตามเป้าที่วางไว้จะทำให้ความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 25%

นอกจากนี้บริษัทยังได้เพิ่มธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาสร้างกำไรในปีนี้ซึ่งจะเป็นธุรกิจประเภทที่สนับสนุนกับธุรกิจเม็ดพลาสติกของบริษัทอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจเม็ดพลาสติกขณะนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าครึ่งปีหลังของปี 63 จะได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจใหม่