Home ลงทุน มุมธุรกิจ รู้จัก‘Wealth Health Check’ เครื่องมือรับตลาด’เงิน-ทุน’ป่วน

รู้จัก‘Wealth Health Check’ เครื่องมือรับตลาด’เงิน-ทุน’ป่วน

1243
0
SHARE

ในช่วงเวลาความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน ทำให้บรรดานักลงทุนหาข้อมูลและเครื่องมือในการบริหารเงินลงทุน ซึ่งข้อมูลและเครื่องไม้เครื่องมือทางการเงินที่ดีจะช่วยทำให้นักลงทุนสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้

เมื่อราวกลางเดือน มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บริการด้านการลงทุนที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ลงทุนผ่านกองทุน คือ  “Wealth Service” โดยบริษัทเว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม จำกัดและเป็นเครื่องมือที่ทาง WealthMagik บอกว่าเป็นระดับ “พรีเมียม”

‘Wealth Service’ เป็นชุดเครื่องมือในด้านบริหารกองทุน โดยขณะนี้ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวแรกออกมา คือ  “Wealth Health Check” ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยตรวจเช็คประสิทธิภาพพอร์ตลงทุนของกองทุนรวมว่ามีความพอดีกับระดับความเสี่ยง และมีโอกาสบรรลุเป้าหมายการลงทุนแค่ไหน

บริการระดับพรีเมียมของ “Wealth Service” ที่เพิ่มเติมเข้ามาสำหรับนักลงทุนผ่านกองทุนรวม มีความแตกต่างจาก “WealthMagik” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ให้บริการก่อนหน้านั้น เพราะจะเพิ่มตัวช่วยในระดับมืออาชีพเข้าไปในการจัดการและบริหารพอร์ตลงทุน

บริการที่จัดว่า”พรีเมียม” จะทำให้นักลงทุนมีเครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารพอร์ต เหมือนกับมืออาชีพที่ใช้บริหารพอร์ตลงทุนในสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งปกติแล้วนักลงทุนที่ใช้บริการเหล่านี้จะเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในแต่ละครั้ง

ในช่วงที่ตลาดผันผวนและยังยากที่จะคาดการณ์ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร นักลงทุนอาจจะวิตกกังวลว่าผลตอบแทนการลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ดังนั้นการเริ่มต้นที่ถูกต้องจะทำให้นักลงทุนสามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้ไม่ยากนัก ซึ่งทาง WealthMagik บอกว่าเครื่องมือชุดแรก คือ “Wealth Health Check” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการบรรลุเป้าหมาย เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงิน หรือ เป็นเหมือนกับการติด “กระดุมเม็ดแรก”

สมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม (WealthMagik) บอกว่า “Wealth Health Check” เป็นเครื่องมือช่วยตรวจเช็คประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน เปรียบเสมือนตัวช่วยให้นักลงทุนติดกระดุมเม็ดแรกถูกต้อง ซึ่งทำให้กระดุมเม็ดถัดๆไปถูกต้องและสมบูรณ์

“กระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุดในการลงทุน ก็คือต้องกำหนดเป้าหมาย รู้ความเสี่ยงที่จำเป็นและเหมาะสมก่อน ที่เรียกว่า Risk Comfort Zone ซึ่งที่เป็นปัญหาของนักลงทุนทั้งโลกไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ซึ่งเว็ลธ์เฮลท์เช็คจะเข้ามาช่วยในจุดนี้ คือช่วยหาระดับความเสี่ยงที่จำเป็นและเหมาะสมให้แต่ละคนให้เจอ”

“Wealth Health Check” จะมาช่วยดับเบิ้ลเช็คว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตอนต้น จะสามารถพาการลงทุนไปถึงจุดที่ต้องการ ตอนเกษียณ หรือเป้าหมายต่างๆที่ถูกเซ็ตไว้ตั้งแต่ตอนต้น หรือการลงทุนตรงยังเป้าหมาย และสามารถบอกได้ว่ากำลังเสี่ยงเกินความจำเป็นอยู่หรือไม่

อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้เห็นว่าการลงทุน ณ เวลาปัจจุบันได้ผลตอบแทนประมาณเท่าไหร่ รวมถึงเปรียบเทียบผลตอบแทนของตนเองกับพอร์ตอื่นที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน ว่าพอร์ตใดมีการบริหารพอร์ตได้ดีกว่า ซึ่งเป็นทฤษฏีที่ดีที่สุดในระดับที่ตลาดยอมรับ

สมเกียรติ บอกอีกว่าในบางครั้งแม้จะได้ผลตอบแทนดีเยี่ยม อยู่ในเส้นที่เรียกว่า เส้นประสิทธิภาพ แต่ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมาย หรือบางครั้งทำให้พบว่า การเสี่ยงน้อยลงก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้เช่นกัน

“ที่จริงคุณอาจจะไม่ต้องเสี่ยงระดับนั้น เพราะฉะนั้นการที่มีบางคนบอกคุณที่ไปซื้อกองทุนเสี่ยงๆทั้งหลาย คุณอาจจะไม่ต้องทำเลยก็ถึงเป้าหมายได้ด้วยเหมือนกัน”

ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

ต่อข้อสงสัยที่ว่าเครื่องมือ “Wealth Health Check” มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยใช้เครื่องมือประเภทนี้มาก่อน

สมเกียรติ กล่าวว่า แม้จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ต้องยอมรับว่าไม่มีเครื่องมือที่เพอร์เฟค 100% สำหรับเครื่องมือ ‘เว็ลธ์เฮลท์เช็ค’ เป็นข้อมูลทางสถิติ โดยเครื่องมือจะนำเอาข้อมูลทางสถิติเหล่านั้นมาแสดงให้นักลงทุนดู แล้วก็ตอนที่เราสร้างเส้นประสิทธิภาพ แล้วก็ใช้ทฤษฎีที่เรียกว่า efficient frontier ซึ่งทั่วโลกให้การยอมรับ ตั้งแต่ปี 1959 ถือเป็นทฤษฎีที่ยอมรับกันมาตั้งแต่อดีต และยังใช้อยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกถึงปัจจุบัน

แม้หลักการในการใช้ ไม่ได้เป็นศาสตร์ใหม่ แต่สิ่ง ‘Wealth Health Check’ แตกต่าง คือการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ในอดีตการที่จะเอาทฤษฎีเหล่านี้มาใช้มีความยุ่งยาก ตั้งแต่ไปหาข้อมูลในอดีต รวบรวมข้อมูลกองทุนต่างๆที่เราซื้อ หาราคาย้อนหลังในอดีต คำนวณค่าทางสถิติที่มีข้อมูลมหาศาล

“เครื่องมือนี้ให้บริการเรื่องเหล่านี้ให้ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยร่นเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายให้ บนทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก”

ทั้งนี้ ปัจจุบันมี Behavior Finance มีศาสตร์ใหม่ๆ ในการลงทุน เข้ามามากขึ้น ซึ่งเราจะค่อยๆใส่เข้าไปให้ในอนาคต

ตรวจสุขภาพพอร์ตง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

“ไม่ต้องคำนวณโมเดลการเงินยากๆ เว็ลธ์เมจิกคำนวณให้หมดแล้ว แล้วต่อให้เรารู้โมเดลทางการเงิน ไปเตรียมข้อมูล ทำความสะอาดข้อมูลหรือที่เรียกว่า Cleansing ข้อมูล พวกนี้เราก็ทำให้หมดแล้ว เหมือนกับฉีกซองแล้วก็ทานได้”

สมเกียรติเปรียบเทียบการใช้งาน ‘Wealth Health Check’ ที่ใช้ง่ายเหมือนบะหมี่สำเร็จรูป และสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม หากมีพอร์ตที่ป้อนข้อมูลไว้ในเว็ลธ์เมจิกอยู่แล้ว

โดยเครื่องมือสามารถใช้งานและดูได้ด้วยตัวเอง เพราะหน้าที่ของเว็ลธ์เมจิกคือทำเรื่องยากๆให้มันง่าย ก็ทุกวันนี้เรื่องเงินคนชอบคิดว่าเป็นเรื่องยาก บางคนไม่ชอบคำนวณ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้เข้ามาเติมเต็มจุดอ่อนตรงนี้ได้

ดูแลเงินเสมอตนนั้นไม่มี

สมเกียรติ ย้ำว่าเงินของเรา เราต้องดูแลเอง  โดยให้ท่องคาถา “ดูแลเงินเสมอตนนั้นไม่มี” โดยให้เหตุผลว่าบางครั้งที่ปรึกษาทางการเงินอาจจะมีลูกค้ามากมายหรือบางทีเราให้ข้อมูลที่ปรึกษาทางการเงินไปไม่ครบ เพราะไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลบางอย่างให้ใคร เมื่อให้ข้อมูลไปไม่ครบ ย่อมทำให้โมเดลการเงินหรือแผนการเงินที่ลงทุนผิดพลาดได้ง่ายด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เครื่องมือของเว็ลธ์เมจิกจะทยอยออกมาเติมเต็มการลงทุนให้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น ที่สำคัญคือสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเป็นนักลงทุนที่ดี และดูแลเงินของตนได้เอง

อย่างไรก็ตาม Wealth Health Check หรือเครื่องมือตรวจสุขภาพพอร์ตนี้ เป็นเพียงบริการแรกของ ‘Wealth Service’ ที่มีสโลแกน “Crafting Lifelong Wealth for You” ที่สื่อถึงความเอาใจใส่ในการช่วยดูแลเรื่องการบริหารความมั่งคั่งของลูกค้าด้วยความประณีตไปตลอดชีวิต

“ผลตอบรับ ‘Wealth Health Check’ ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจและกำลังศึกษาถึงสิ่งที่จะได้รับ และคาดว่าจะมีนักลงทุนเข้ามาใช้บริการผลิตภัณฑ์ตรงสุขภาพมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” สมเกียรติ กล่าว

สมเกียรติ กล่าวอีกว่า ในอนาคตจะมีบริการต่างๆ ภายใต้เว็ลธ์เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริการพรีเมียมของเว็ลธ์เมจิก

“ในปลายปีนี้ “Wealth Service” จะมีบริการตัวที่ 2 ออกมา ต่อจาก Wealth Health Check โดยจะมีการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยี เพิ่มเครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัยทยอยออกมาเรื่อยๆ โดยไม่มีคำว่าสิ้นสุด”

คนทั่วไปอาจสงสัยว่าพื้นฐานในการพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้มาจากไหน แต่สำหรับคนในแวดวงการเงินแล้วคงไม่มีคำถาม เพราะ WealthMagik อยู่ภายใต้บริษัท WEALTH MANAGEMENT SYSTEM LIMITED (WMSL)  ที่มีผลิตภัณฑ์ “BONANZA” ซึ่งเป็นระบบงานพร้อมโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สำหรับบริหารการเงินและการลงทุนทั้งระบบ รวมถึงระบบการควบคุมความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินแทบทุกแห่งในประเทศไทย และมีสถาบันการเงินต่างประเทศหลายแห่งนำไปใช้

“Wealth Service” มีฐานมาจาก “BONANZA” จึงรับประกันได้ว่านักลงทุนที่ใช้บริการจะมีเครื่องมือที่ดีที่สุดในการบริหารพอร์ตลงทุนของตัวเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนที่วางไว้