Home ประชาสัมพันธ์ ดีอีทุ่ม 900 ล้าน เปิดตัวอาคารแสดงประเทศไทย ใน World Expo 2020 ที่ดูไบ

ดีอีทุ่ม 900 ล้าน เปิดตัวอาคารแสดงประเทศไทย ใน World Expo 2020 ที่ดูไบ

597
0
SHARE

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศความพร้อมเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการอาคารแสดงประเทศไทยภายในงาน World Expo 2020 Dubai เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2563 -10 เมษายน 2564 มั่นใจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศดันการท่องเที่ยว การลงทุนและการส่งออกของไทยเติบโตสูงขึ้น คาดมีผู้เข้าร่วมชมไม่ต่ำกว่า 1.7 ล้านคน 

งาน World Expo คืองานมหกรรมโลกที่แต่ละประเทศจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาแสดงเพื่อแสดงศักยภาพของแต่ละประเทศ ประเทศเจ้าภาพและประเทศผู้เข้าร่วมงานต่างทุ่มเทความคิด และเงินลงทุนมหาศาล เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ในเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ทั้งในส่วนของสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ  ซึ่ง World Expo นับได้ว่าเป็นมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับ 3 ของโลกและอลังการที่สุดในโลก ด้วยเงินลงทุนมหาศาล รองจากกีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลก 

ทั้งนี้ ประเทศไทยเข้าร่วมงาน World Expo จากอดีตถึงปัจจุบันเป็นจำนวนกว่า 30 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2405 ตรงกับปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก และส่งผลดีในด้านความมั่นคงและการค้าการลงทุนของประเทศมาตลอด

ซึ่งในปีนี้ ประเทศไทยจะเข้าร่วมจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อย่อย “Mobility for the future การขับเคลื่อนสู่อนาคต” ในพื้นที่ 3,606 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน World Expo 2020 Dubai ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2563 – 10 เมษายน 2564 รวม 6 เดือนเต็ม

“การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นงานของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีอนุมัติ 900 ล้านบาทพยายามใช้ สำหรับการจัดงานทั้งหมด 6 เดือนใช้จ่ายอย่างประหยัดมากสุด และมั่นใจว่าอาคารแสดงประเทศไทยจะได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านคนหรือไม่น้อยกว่า 7% ของจำนวนผู้เข้าชมงานทั้งหมด” ดร.พิเชฐ กล่าว

การเข้าร่วมงาน World Expo 2020 Dubai ของประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 

  • ประกาศศักยภาพความพร้อมด้านดิจิทัลเทคโนโลยีของประเทศ แสดงให้นานาประเทศตระหนักและเชื่อมั่นในศักยภาพการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ ของประเทศไทย เช่น เศรษฐกิจ สังคม และกำลังคนในฐานะประเทศศูนย์กลางทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภูมิภาค
  • ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยบนเวทีโลก ภายใต้กระแสการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่คนไทยสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ที่ต่อยอดจากฐานทรัพยากร และภูมิปัญญาได้อย่างลงตัว
  • ภาคธุรกิจ การลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ แสดงศักยภาพ และบทบาทของประเทศไทยด้านธุรกิจ การค้า การลงทุน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้เกิดความเชื่อมั่นด้านการลงทุน และการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมจากนักธุรกิจทั่วโลกในการเข้ามาลงทุน หรือ ร่วมลงทุน หรือการตั้งฐานการลงทุนในประเทศ ทั้งภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม
  • แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ติดอันดับโลกซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ สอดแทรกผ่านอาคารแสดงประเทศไทยเห็นว่าประเทศไทยมี แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมที่ล้ำค่า อีกทั้งยังมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว“เที่ยวเมืองไทย สะดวกปลอดภัย”
  • ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเจ้าภาพ รวมทั้งการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่เข้าร่วมงาน
ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์
ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์

ด้าน ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  กล่าวว่า ใช้เวลาในการเตรียมการร่วม 1 ปี ในครั้งนี้ ประเทศไทยจัดสร้างอาคารแสดงประเทศไทยในพื้นที่โซน Mobility บนพื้นที่กว่า 3,606 ตารางเมตร หรือ 2.25 ไร่

จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“Mobility for the future” การขับเคลื่อนสู่อนาคต” เพื่อแสดงถึงวิถีการเชื่อมสัมพันธไมตรีในแบบชาวสยามเมืองยิ้มที่สร้างความประทับใจให้กับต่างชาติ โดยเฉพาะเอกลักษณ์ของยิ้มสยามคือรอยยิ้มที่จริงใจทำให้ประเทศไทยแตกต่างและโดดเด่นจนกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงคนไทยกับคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดี (Connecting minds) และเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคต (Creating the Future) 

ส่วนการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมจะใช้ “สีทอง” เป็นสีที่สื่อถึงแผ่นดินทองที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นองค์ประกอบของอาคารเครื่องยอดต่างๆ แสดงออกถึงความสำคัญของอาคาร ดังนั้นผู้ออกแบบจึงนำสีทองมาเน้นเป็นจุดเด่นให้แก่ตัวอาคารแสดงประเทศไทย อีกทั้งนำ การไหว้” ในความหมายที่รู้จักกันไปทั่วโลกคือการสวัสดี นำมาผสมผสาน ทำให้สร้างอาคารแสดงประเทศไทยให้มีลักษณะเป็นซุ้มโค้งคล้ายคนประนมมือไหว้ถือเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะของอาคาร หมายถึงการยินดีต้อนรับสู่อาคารแสดงประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังเลือกใช้ “พวงมาลัย” เป็นสัญลักษณ์ประจำอาคารประเทศไทย เพื่อสื่อถึงการต้อนรับที่จริงใจ และได้นำรายละเอียดของพวงมาลัยมาใช้ในงานตกแต่งผนังของอาคาร พร้อมสานต่อกันเป็นรูปร่างของพวงมาลัย เปรียบเสมือนการเชื่อมต่อของคนไทย วัฒนธรรม และ วิถีชีวิต โดยที่พวงมาลัยนี้ มีอุบะ 4 ช่อ เพื่อแสดงถึงไทยแลนด์ 4.0 ณ ปีปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับการเป็นประธานอาเซียนในปี 2019 ด้วย

 นายซาอีฟ อับดุลลา มูฮัมหมัด คัลฟาน อัลซัมซี
นายซาอีฟ อับดุลลา มูฮัมหมัด คัลฟาน อัลซัมซี

ด้าน นายซาอีฟ อับดุลลา มูฮัมหมัด คัลฟาน อัลซัมซี เอกอัคราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีในการเข้าร่วมจัดแสดงอาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion) ว่า สำหรับการจัดงานในปีนี้มีมูลค่ากว่าหกแสนล้านบาท และมีผู้เข้าร่วม 25 ล้านคนจาก 180 ประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมหาอนาคตที่มั่นคงยั่งยืนร่วมกัน

“เชื่อว่าการเข้าร่วมในครั้งนี้จะสานความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และนานาประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยส่งเสริมให้ไทยเป็นที่รู้จักในแง่ของการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย” นายซาอีฟ กล่าว